ข่าวประชาสัมพันธ์
กรมการศาสนา ประชุมคณะอนุกรรมการด้านวิชาการการส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทย ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙
วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายประเสริฐ เล็กสรรเสริญ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านวิชาการการส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทย ครั้งที่ 1/2569 โดยมีชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการ และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานส่งเสริมคุณธรรมของประเทศ โดยมุ่งยกระดับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทสังคมไทยในยุคปัจจุบันและอนาคต ณ ห้องประชุมกรมการศาสนา ชั้น 2 กระทรวงวัฒนธรรม
ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2571–2575) ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินผลและถอดบทเรียนจากแผนระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) เพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างสังคมไทยที่มีคุณธรรมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คาดว่าจะเสนอ (ร่าง) แผนดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีภายในเดือนพฤษภาคม 2570
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าการจัดทำแนวทางการส่งเสริมคุณธรรมในเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญของสังคม โดยเน้นแนวคิด “ระบบนิเวศคุณธรรม” ครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่ ครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และสื่อดิจิทัล พร้อมกำหนดคุณธรรมเป้าหมาย 5 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู เพื่อพัฒนาเด็กในแต่ละช่วงวัยอย่างเหมาะสม ในด้านผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์ มีการรายงานผลการประเมินและยกย่องชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รวมทั้งสิ้น 42,951 แห่ง และคัดเลือกต้นแบบโดดเด่น 251 แห่ง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการขยายผลสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ยังมีการคัดเลือก “คนดีศรีจังหวัด” และ “คนดีศรีกรุงเทพมหานคร” รวม 161 คน เพื่อยกย่องบุคคลต้นแบบด้านคุณธรรมในทุกช่วงวัย
อีกทั้ง ที่ประชุมได้หารือแนวทางการพัฒนาระบบ “เครดิตคุณธรรม” ซึ่งเป็นกลไกใหม่ในการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนทำความดี โดยมีแผนจะพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางสำหรับบันทึก สะสม และแลกเปลี่ยน “คะแนนความดี” ให้สามารถแปลงเป็นสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ เช่น โอกาสทางการศึกษา การทำงาน หรือการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของรัฐและภาคีเครือข่าย โดยมีเป้าหมายให้ระบบดังกล่าวสามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลายในระดับประเทศ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคม นอกจากนี้ ได้พิจารณากำหนดมาตรฐานความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยมุ่งจัดทำตัวชี้วัดที่ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลสากล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเมืองและการบริหารประเทศ รวมทั้งดำเนินการถอดบทเรียนในการประยุกต์ใช้หลักคุณธรรม 5 ประการ ให้ครอบคลุมหลักธรรมาภิบาลและหลักประชาธิปไตย เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสังคมไทยต่อไป
การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคณะอนุกรรมการด้านวิชาการการส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทย ในการขับเคลื่อนแผนส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติอย่างจริงจัง โดยเน้นการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย และการส่งเสริมคุณธรรมในเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน




